ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่น (ตอนที่ 2)|หลังจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น ต้องแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยอย่างไร และการยื่นวีซ่าคู่สมรส
- wanvisaoffice

- 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

เมื่อคนญี่ปุ่นและคนไทยยื่นจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่น และการสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายญี่ปุ่นแล้ว ข้อมูลการสมรสจะไม่ได้ถูกบันทึกในทะเบียนของประเทศไทยโดยอัตโนมัติ
หลังจากจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว จึงต้องดำเนินการแจ้งและบันทึกการสมรสที่ ที่ว่าการเขต/อำเภอไทยเพื่อให้สถานะการสมรสถูกบันทึกไว้ในทะเบียนของประเทศไทยด้วย
เมื่อดำเนินการแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยเสร็จแล้ว จะสามารถขอ ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22 )ได้
บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนหลังจากจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นแล้ว ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรองเอกสาร การแจ้งการสมรสที่ประเทศไทย ไปจนถึงการยื่นขอสถานะการพำนักประเภทคู่สมรสชาวญี่ปุ่น
สำหรับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นสามารถอ่านได้ในบทความตอนที่ ①
【บทความที่เกี่ยวข้อง】
※ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นตามข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2026 เอกสารและวิธีดำเนินการอาจแตกต่างกันตามสำนักงานเขตหรือที่ว่าการเมืองที่ยื่นเรื่อง จึงควรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการ
1.ทำไมหลังจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นแล้ว จึงต้องดำเนินการที่ประเทศไทยด้วย
เมื่อทะเบียนสมรสได้รับการจดทะเบียนที่ญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว ตามกฎหมายญี่ปุ่นถือว่าทั้งสองฝ่ายเป็นคู่สมรสกัน แต่สำนักทะเบียนเขตในประเทศญี่ปุ่นและหน่วยงานทะเบียนของประเทศไทยไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลการสมรสกันโดยอัตโนมัติ
หากไม่ได้แจ้งการสมรสที่ประเทศไทย อาจเกิดกรณีดังต่อไปนี้
ในประเทศญี่ปุ่นมีสถานะเป็นผู้สมรสแล้ว
แต่ในทะเบียนของประเทศไทยยังคงมีสถานะเป็นโสด
ไม่สามารถใช้เอกสารราชการไทยเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางการสมรสได้
ไม่สามารถขอเอกสารการสมรสของไทยที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่าคู่สมรสได้
ดังนั้น เพื่อให้สามารถยืนยันสถานะการสมรสได้อย่างถูกต้องทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย หลังจากจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นแล้ว ควรดำเนินการแจ้งและบันทึกการสมรสที่ประเทศไทยให้เรียบร้อยด้วย
2.“คร.22” ที่ได้รับหลังแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยคืออะไร
กรณีที่จดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน จะไม่ได้รับเอกสารการสมรสแบบเดียวกับกรณีที่คู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยโดยตรง
เมื่อดำเนินการนำการสมรสที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นไปบันทึกในทะเบียนของประเทศไทยแล้ว จะสามารถขอ ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22 )ได้
เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันว่า การสมรสที่เกิดขึ้นในต่างประเทศได้ถูกนำมาบันทึกไว้ในทะเบียนของประเทศไทยแล้ว
ในอนาคตอาจต้องใช้เอกสารดังกล่าวสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ เช่น
ยื่นขอสถานะการพำนักประเภท“คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น”(日本人の配偶者等)
เปลี่ยนนามสกุลของคู่สมรสชาวไทย
เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของหญิงไทย
แก้ไขข้อมูลในทะเบียนบ้านไทย
แก้ไขข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนไทย
เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลในหนังสือเดินทางไทย
ขั้นตอนเกี่ยวกับการเกิดของบุตรหรือความสัมพันธ์ทางครอบครัว
ใช้ยืนยันความสัมพันธ์ทางการสมรสในการดำเนินการต่าง ๆ ในประเทศไทย
หลังจากบันทึกการสมรสเรียบร้อยแล้ว ควรขอ ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) จากที่ว่าการเขต/อำเภอไทยและเก็บไว้ใช้สำหรับขั้นตอนต่าง ๆ ในอนาคต
3.ขั้นตอนการแจ้งการสมรสที่ประเทศไทย หลังจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น
1.ขอทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นที่มีการบันทึกการสมรสแล้ว
ขั้นตอนแรก ให้ขอ ทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น (戸籍謄本 / โคเซกิโทฮง) ของคู่สมรสชาวญี่ปุ่นจากสำนักทะเบียนเขต โดยต้องเป็นฉบับที่มีการบันทึกการสมรสกับคู่สมรสชาวไทยเรียบร้อยแล้ว
หากเพิ่งยื่นจดทะเบียนสมรส อาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่ข้อมูลการสมรสจะปรากฏในทะเบียนครอบครัว
เมื่อได้รับเอกสารแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดว่าถูกต้องหรือไม่ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
2.แปลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษ
นำทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นมาแปลเป็นภาษาอังกฤษ
คำแปลภาษาอังกฤษนี้จะนำไปใช้ในขั้นตอนการรับรองเอกสารกับสำนักงานโนตารี(公証役場)สำนักกฎหมาย(法務局)และกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น(外務省)
ข้อมูลในคำแปลจะต้องตรงกับทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นและหนังสือเดินทางของคู่สมรสชาวไทยอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะชื่อและนามสกุลภาษาอังกฤษของคู่สมรสชาวไทย ควรใช้ให้ตรงกับหนังสือเดินทาง
ในเอกสารคำแปลจะระบุข้อมูลของผู้แปล เช่น ลายมือชื่อ วันที่แปล และข้อมูลสำหรับติดต่อ
3.รับรองเอกสารกับสำนักงานโนตารี สำนักกฎหมาย และกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น
สำหรับคำแปลภาษาอังกฤษของทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น จะต้องดำเนินการรับรองลายมือชื่อของผู้แปลที่สำนักงานโนตารี
โดยแนบ หนังสือปฏิญาณของผู้แปล ซึ่งระบุว่าผู้แปลได้แปลเอกสารอย่างถูกต้องตามต้นฉบับ
ผู้แปลจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าโนตารี
โนตารีไม่ได้รับรองว่าข้อมูลในทะเบียนครอบครัวหรือเนื้อหาของคำแปลนั้นถูกต้องโดยตรง แต่เป็นการรับรองว่า ผู้แปลได้แถลงต่อหน้าโนตารีและลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
โดยทั่วไป ขั้นตอนการรับรองจะเป็นดังนี้
รับรองลายมือชื่อผู้แปลที่สำนักงานโนตารี(公証役場)
รับรองตราประทับของโนตารีจากสำนักกฎหมาย(法務局)
รับรองตราประทับจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น(外務省)
สำนักงานโนตารีในบางพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นมี บริการแบบ One-Stop ซึ่งสามารถดำเนินการรับรองทั้ง 3 ขั้นตอนได้ในครั้งเดียว
หากใช้บริการ One-Stop ผู้ยื่นไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการที่สำนักกฎหมายและกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นด้วยตนเองแยกต่างหาก
4.แปลเอกสารที่ผ่านการรับรองทั้งหมดเป็นภาษาไทย
หลังจากได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว ต้องนำเอกสารทั้งหมดที่ผ่านการรับรองมาแปลเป็นภาษาไทย
คำแปลภาษาไทยไม่ได้มีเพียงเนื้อหาของทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงส่วนต่าง ๆ เช่น
รายการที่ระบุในทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น
หนังสือปฏิญาณของผู้แปล
ใบรับรองของโนตารี
ข้อความรับรองตราประทับของโนตารีจากสำนักกฎหมาย
ข้อความรับรองของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูล ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด และวันที่จดทะเบียนสมรส จะต้องตรงกับทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น หนังสือเดินทาง และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่นมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแปลเอกสารค่อนข้างละเอียด หากรูปแบบหรือข้อความแปลไม่ถูกต้อง อาจถูกขอให้แก้ไขก่อนรับรองเอกสารได้
5.นำเอกสารไปรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น
นำเอกสารที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว พร้อมกับ คำแปลภาษาไทย ไปยื่นขอรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น
หลังจากได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว ควรยื่นขอรับรองกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย ภายใน 3 เดือน
เอกสารที่ต้องใช้ วิธีการยื่น การจองคิว และการยื่นทางไปรษณีย์อาจแตกต่างกัน กรุณาตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่ท่านจะยื่นคำร้อง
【สถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น】 เขตอำนาจการให้บริการจะแตกต่างกันตามพื้นที่พำนัก
・สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
・สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา
・สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ
6.หากไม่สามารถเดินทางไปประเทศไทยได้ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ
หากคู่สมรสชาวไทยไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ สามารถมอบอำนาจให้ญาติหรือบุคคลอื่นในประเทศไทยดำเนินการแทนได้
ในกรณีนี้จะต้องจัดทำ หนังสือมอบอำนาจ ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น หากคู่สมรสชาวไทยต้องการใช้นามสกุลของคู่สมรสชาวญี่ปุ่น หรือต้องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ จำเป็นต้องระบุอำนาจเพิ่มเติมไว้ในหนังสือมอบอำนาจด้วย
7.นำเอกสารไปรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศไทย
เมื่อเอกสารได้รับการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่นแล้ว นำเอกสารส่งไปประเทศไทยเพื่อดำเนินการรับรองที่ กระทรวงการต่างประเทศไทย
หากคู่สมรสชาวไทยไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยตนเอง ญาติหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการแทนได้
เมื่อต้องส่งเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองจากญี่ปุ่นไปประเทศไทย แนะนำให้ใช้บริการจัดส่งที่สามารถตรวจสอบและติดตามสถานะจดหมายได้ เพื่อป้องกันเอกสารสูญหาย
8.นำการสมรสไปบันทึกที่ที่ว่าการเขต/อำเภอไทย
หลังจากเอกสารได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ให้นำเอกสารไปที่ ที่ว่าการเขต/อำเภอไทย เพื่อบันทึกการสมรสที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นลงในทะเบียนของประเทศไทย
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ควรขอ ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) เก็บไว้ด้วย
4.จดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นก่อน จะไม่ได้ใบสำคัญการสมรส
หากจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน โดยหลักแล้วจะไม่ได้รับเอกสารการสมรสแบบเดียวกับกรณีที่คู่สมรสไปจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยโดยตรง
แต่จะได้รับ ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ซึ่งเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า การสมรสที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นได้ถูกบันทึกในทะเบียนของประเทศไทยแล้ว
ดังนั้น เอกสารของไทยที่ใช้ยืนยันการสมรสจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคู่สมรสจดทะเบียนสมรสที่ประเทศใดก่อน
เมื่อต้องใช้เอกสารยืนยันความสัมพันธ์ทางการสมรส เช่น ในการยื่นวีซ่าคู่สมรส จึงควรตรวจสอบให้ถูกต้องว่าเป็นกรณีที่จดทะเบียนสมรสในประเทศญี่ปุ่นก่อน หรือประเทศไทยก่อน เพื่อเตรียมเอกสารให้ตรงกับกรณีของตนเอง
5.หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ต้องยื่นวีซ่าคู่สมรสด้วย
หากคู่สมรสชาวไทยต้องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคู่สมรสชาวญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น นอกจากขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสแล้ว ยังต้องยื่นขอสถานะการพำนักประเภท “คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น” (日本人の配偶者等) แยกต่างหาก
การจดทะเบียนสมรสไม่ได้หมายความว่าคู่สมรสชาวไทยจะสามารถพำนักระยะยาวในประเทศญี่ปุ่นได้โดยอัตโนมัติ
วิธีการยื่นคำร้องจะแตกต่างกันตามว่า ปัจจุบันคู่สมรสชาวไทยอาศัยอยู่ที่ใด และถือสถานะการพำนักประเภทใดอยู่
6.ทำไม คร.22 จึงสำคัญสำหรับการยื่นวีซ่าคู่สมรส
ในการยื่นวีซ่าคู่สมรส นอกจากทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นของคู่สมรสชาวญี่ปุ่นแล้ว โดยทั่วไปยังต้องยื่นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศของคู่สมรสต่างชาติ เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางการสมรสด้วย
กรณีที่คนไทยและคนญี่ปุ่นจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นก่อน ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ถือเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันการสมรสในประเทศไทย
หากยังไม่ได้แจ้งและบันทึกการสมรสที่ประเทศไทย ยังไม่สามารถเตรียมเอกสารการสมรสของไทยที่จำเป็นสำหรับการยื่นวีซ่าคู่สมรสได้
ดังนั้น หลังจากจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่นแล้ว แนะนำให้ดำเนินการแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยโดยเร็ว
7.จดทะเบียนสมรสแล้ว วีซ่าคู่สมรสจะได้รับอนุมัติแน่นอนหรือไม่
แม้ว่าจะดำเนินการเรื่องการสมรสทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าวีซ่าคู่สมรสจะได้รับอนุมัติแน่นอน
การพิจารณาวีซ่าคู่สมรสไม่ได้ตรวจสอบเพียงว่าการสมรสถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แต่ยังพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของคู่สมรสในความเป็นจริง และความสามารถในการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมั่นคงในประเทศญี่ปุ่นด้วย
ตัวอย่างประเด็นที่อาจถูกพิจารณา
รู้จักกันได้อย่างไร
ความเป็นมาตั้งแต่เริ่มคบหาจนถึงการแต่งงาน
ระยะเวลาที่คบกัน
ภาษาที่ใช้สื่อสารระหว่างกัน
วิธีการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน
เคยเจอกันกี่ครั้ง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากน้อยแค่ไหน
เคยพบหรือแนะนำกันให้ครอบครัวรู้จักหรือไม่
อายุของทั้งสองฝ่ายต่างกันมากหรือไม่
เคยแต่งงานมาก่อนหรือไม่
รายได้ของคู่สมรสชาวญี่ปุ่น
การชำระภาษีและประกันสังคม
ที่อยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น
แผนการใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต
ประวัติการพำนักและการเข้าออกประเทศญี่ปุ่น
หากข้อมูลในเอกสารมีจุดที่ไม่ชัดเจน หรือรายละเอียดในเอกสารแต่ละฉบับไม่สอดคล้องกัน อาจถูกขอให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติม และอาจมีผลต่อการพิจารณาวีซ่าได้
8.คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแจ้งการสมรสที่ประเทศไทย
Q1.จำเป็นต้องแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยหรือไม่
ข้อมูลการสมรสที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่ได้ถูกบันทึกในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ
เพื่อให้สามารถยืนยันสถานะการสมรสด้วยเอกสารราชการของทั้งประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยได้
ควรดำเนินการแจ้งและบันทึกการสมรสที่ประเทศไทยให้เรียบร้อย
Q2.สามารถให้ญาติในประเทศไทยดำเนินการแทนได้หรือไม่
สามารถจัดทำหนังสือมอบอำนาจที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น เพื่อมอบอำนาจให้ญาติหรือบุคคลอื่นในประเทศไทยดำเนินการแทนได้
เอกสารที่ต้องใช้ควรตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ท่านจะไปดำเนินการก่อน
Q3.คู่สมรสชาวญี่ปุ่นจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศไทยด้วยหรือไม่
หากสามารถให้คู่สมรสชาวไทยหรือญาติที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการแทน และมีหนังสือมอบอำนาจรวมถึงเอกสารที่จำเป็นครบ คู่สมรสชาวญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศไทย
Q4.สามารถแปลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเป็นภาษาไทยโดยตรงได้หรือไม่
สำหรับการยื่นรับรองที่สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในญี่ปุ่น จะต้องแปลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษก่อน จากนั้นดำเนินการรับรองลายมือชื่อผู้แปลที่สำนักงานโนตารี และรับรองเอกสารตามขั้นตอนของญี่ปุ่น แล้วจึงนำ เอกสารที่ผ่านการรับรองทั้งหมดมาแปลเป็นภาษาไทย
หากแปลเฉพาะทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเป็นภาษาไทย แต่ไม่ได้ดำเนินการรับรองเอกสารตามขั้นตอนที่กำหนด อาจไม่สามารถนำไปใช้ยื่นได้
Q5.สามารถยื่นวีซ่าคู่สมรสก่อนแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยได้หรือไม่
ในการยื่นวีซ่าคู่สมรส จะมีการขอเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการของประเทศไทยเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ทางการสมรส
โดยหลักแล้ว แนะนำให้ดำเนินการแจ้งการสมรสที่ประเทศไทยให้เรียบร้อย และขอทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ก่อนยื่นคำร้องวีซ่าคู่สมรส
🌸ให้บริการช่วยเหลือเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น
การแต่งงานระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่นไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การยื่นจดทะเบียนสมรสที่ญี่ปุ่น
หลังจากนั้นยังมีขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การแปลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น การรับรองเอกสารกับสำนักงานโนตารีและกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น การรับรองเอกสารกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย การรับรองกับกระทรวงการต่างประเทศไทย และการบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการเขต/อำเภอไทย
หากดำเนินการผิดลำดับ หรือเอกสารไม่ถูกต้อง อาจต้องขอเอกสารใหม่ แก้ไขคำแปล หรือดำเนินการรับรองเอกสารใหม่อีกครั้ง
สำนักงาน Wanvisa Office ให้บริการและคำปรึกษาเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย เช่น
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนหลังจดทะเบียนสมรสที่ประเทศญี่ปุ่น
แปลทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย
ดำเนินการเกี่ยวกับการรับรองเอกสารกับสำนักงานโนตารี สำนักกฎหมาย และกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น
ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้กับสำนักทะเบียนเขตในประเทศญี่ปุ่น
ยื่นขอสถานะการพำนักประเภท “คู่สมรสของชาวญี่ปุ่น”
ให้บริการตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสจนถึงการยื่นวีซ่าคู่สมรส
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแต่งงานกับคนญี่ปุ่น การเตรียมเอกสาร หรือการยื่นขอวีซ่าคู่สมรส สามารถติดต่อสอบถามได้
※เอกสารและวิธีดำเนินการแตกต่างกันตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หน่วยงานที่ออกเอกสาร และสำนักทะเบียนเขตหรือที่ว่าการเมืองที่รับยื่นเรื่อง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป
※ปัจจุบันสำนักงานให้บริการเฉพาะการดำเนินการในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่มีบริการภายในประเทศไทย
📞 ปรึกษาฟรี|ติดต่อเราได้ที่นี่ ↓
TEL:070-6482-0947

สำนักงานทนายความ
行政書士Wanvisa Office
ตัวแทน เกียวเซโชชิ (gyoseishoshi)
CHAROENSOOK WANVISA(มัตสึโมโตะ นัตสึมิ)
เป็นชาวไทย เกิดที่ประเทศไทย และย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ยังเด็ก
ปัจจุบันอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมากกว่า 20 ปี
เคยมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตในบริษัทก่อสร้างระบบสื่อสาร
และด้วยความตั้งใจว่า“อยากช่วยเหลือชาวต่างชาติ”จึงมุ่งมั่นสู่การเป็น行政書士(ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของญี่ปุ่น)ใช้ประสบการณ์ตรงในการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น เพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรม
大阪府行政書士会所属
(登録番号:24261581)
申請取次行政書士
著作権相談員
詳しいプロフィールはこちら

【全国対応・海外在住も可能】
บริการทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผู้ที่พำนักอยู่ต่างประเทศก็สามารถใช้บริการได้
北海道 青森県 岩手県 宮城県 秋田県 山形県 福島県茨城県 栃木県 群馬県 埼玉県 千葉県 東京都 神奈川県新潟県 富山県 石川県 福井県 山梨県 長野県岐阜県 静岡県 愛知県 三重県滋賀県 京都府 大阪府 兵庫県 奈良県 和歌山県鳥取県 島根県 岡山県 広島県 山口県徳島県 香川県 愛媛県 高知県福岡県 佐賀県 長崎県 熊本県 大分県 宮崎県 鹿児島県 沖縄県
ฮอกไกโด จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอิวาเตะ จังหวัดมิยางิ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดยามากาตะ จังหวัดฟุกุชิมะจังหวัดอิบารากิ จังหวัดโทจิงิ จังหวัดกุนมะ จังหวัดไซตามะ จังหวัดชิบะ กรุงโตเกียว จังหวัดคานางาวะจังหวัดนีงาตะ จังหวัดโทยามะ จังหวัดอิชิกาวะ จังหวัดฟุคุอิ จังหวัดยามานาชิ จังหวัดนากาโนะจังหวัดกิฟุ จังหวัดชิซูโอกะ จังหวัดไอจิ จังหวัดมิเอะจังหวัดชิงะ จังหวัดเกียวโต จังหวัดโอซาก้า จังหวัดเฮียวโกะ จังหวัดนารา จังหวัดวาคายามะจังหวัดทอตโทริ จังหวัดชิมาเนะ จังหวัดโอกายามะ จังหวัดฮิโรชิมะ จังหวัดยามากุจิจังหวัดโทคุชิมะ จังหวัดคางาวะ จังหวัดเอฮิเมะ จังหวัดโคจิจังหวัดฟุกุโอกะ จังหวัดซากะ จังหวัดนางาซากิ จังหวัดคุมาโมโตะ จังหวัดโออิตะ จังหวัดมิยาซากิ จังหวัดคาโกชิมะ จังหวัดโอกินาวะ







ความคิดเห็น